บิตคอยน์คืออะไร? อธิบายด้วยตัวอย่างร้านขายของในหมู่บ้าน
คุณคงได้ยินคำว่า «บิตคอยน์» มาหลายครั้งแล้ว อาจจากญาติที่อยู่ ๆ ก็รวย หรือจากข่าวที่ราคาร่วงหนัก แต่ถ้ามีคนถามว่า «มันคืออะไรกันแน่» คุณก็คงตอบไม่ค่อยถูก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะคำอธิบายส่วนใหญ่ขึ้นต้นมาก็โยนศัพท์ใส่ บทนี้ไม่ทำแบบนั้น เราจะใช้เรื่องซื้อของ จดบัญชี ทอนเงิน ที่คุณทำอยู่ทุกวัน อธิบายจนคุณพยักหน้าตามได้
ลืมเรื่องเทคนิคไปก่อน มันคือ «เงิน» อย่างหนึ่ง
เก็บเรื่องที่ซับซ้อนที่สุดไว้ก่อน จำประโยคนี้ไว้ก่อนเลย: บิตคอยน์คือเงินที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต เหมือนตัวเลขในแอปพร้อมเพย์ของคุณ เหมือนยอดเงินในบัตรของคุณ แท้จริงล้วนเป็น «ตัวเลข» ไม่ใช่ของจริงจับต้องได้ คุณจะไม่เห็นเหรียญทองส่องประกาย สัญลักษณ์สีส้ม «₿» ที่เห็นบ่อยเป็นแค่โลโก้ บิตคอยน์ของจริงคือสายของบันทึกที่อยู่บนเครือข่าย
แล้วต่างจากยอดในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือเงินฝากธนาคารยังไง ต่างกันคำเดียว: ใครเป็นคนจดบัญชี
เงินในแอปกระเป๋าเงินของคุณ บริษัทที่ดูแลเป็นคนจดให้ เงินในบัตรของคุณ ธนาคารเป็นคนจดให้ นั่นแปลว่า ถ้าวันหนึ่งระบบบอกว่ายอดคุณเป็นศูนย์ คุณจะไปหาใคร คุณต้องไปหาบริษัทหรือธนาคาร พวกเขาคือผู้จดบัญชีรายเดียวของสมุดเล่มนี้ บอกว่าคุณมีเท่าไรก็เท่านั้น
จุดที่บิตคอยน์ต่างที่สุดคือ มันไม่มี «ผู้จดบัญชีรายเดียว» ไม่มีบริษัท ไม่มีเจ้าของ ไม่มีธนาคารกลาง บัญชีของมันมีคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลที่ไม่รู้จักกันช่วยกันจด ฟังดูลึกลับนิดหน่อย เราจึงเปลี่ยนไปใช้คำเปรียบที่ติดดินที่สุด
หัวใจอยู่ที่ «สมุดบัญชีที่ทั้งหมู่บ้านยอมรับ»
ลองนึกถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แบบเก่า ในหมู่บ้านไม่มีธนาคาร ชาวบ้านซื้อขายของกันเอง อาศัยสมุดบัญชีเล่มใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังกลางลานหมู่บ้าน
นายเอซื้อข้าวสารห้ากิโลจากนางบี ก็จดหนึ่งบรรทัด: «นายเอจ่ายค่าข้าวสารห้ากิโลให้นางบี» ทั้งหมู่บ้านมองเห็นบรรทัดนี้ และเมื่อจดลงไปแล้ว ใครก็ลบไม่ได้ แก้ไม่ได้ พรุ่งนี้ถ้านายซีอยากยืนยันว่านางบีได้รับเงินหรือยัง ก็เงยหน้ามองผนังก็พอ ไม่ต้องถามใคร
สมุดบัญชีที่ «ทุกคนเห็นและใครก็แก้ไม่ได้» เล่มนี้ คือรูปแบบที่ติดดินที่สุดของคำที่อยู่เบื้องหลังบิตคอยน์ นั่นคือ บล็อกเชน คุณไม่ต้องจำคำนี้ จำสมุดบัญชีเล่มนี้ก็พอ มันมีสามคุณสมบัติที่ตรงกับเหตุผลว่าทำไมมันพิเศษพอดี:
- เปิดเผย ทุกการโอนเงิน ในทางทฤษฎีคนทั้งโลกตรวจดูได้ (แต่ที่เห็นเป็นรหัส ไม่ใช่ชื่อจริงของคุณ เรื่องนี้พูดทีหลัง)
- แก้ไม่ได้ สิ่งที่จดไปแล้วแก้ไม่ได้ ไม่เหมือนตารางเอ็กเซลที่อยากลบบรรทัดก็ลบ มันเขียนต่อกันไปข้างหน้าทีละบรรทัด แก้บรรทัดเก่าทุกคนจะรู้
- ไม่มีศูนย์กลาง สมุดไม่ได้แขวนที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน แต่ทุกบ้านมีสำเนาเล่มที่เหมือนกันเป๊ะ ผู้ใหญ่บ้านอยากแอบแก้ของตัวเอง? ไม่ได้ผล เพราะไม่ตรงกับของบ้านอื่น ถูกตัดทิ้งทันที
ทำไมไม่มีธนาคารก็โอนได้
ถึงตรงนี้คุณอาจถามว่า ไม่มีตราประทับของธนาคาร เอาอะไรมาเชื่อว่านายเอโอนเงินให้นางบีจริง จะมีคนเขียนมั่ว ๆ ไหม
นี่คือจุดที่ฉลาดที่สุดของบิตคอยน์ มันไม่ได้พึ่ง «ความเชื่อในตัวบุคคล» แต่พึ่งชุดกติกาที่ทั้งหมู่บ้านช่วยกันบังคับใช้เพื่อป้องกันการโกง เราใช้หมู่บ้านอธิบายต่อ
สมมติว่าทุกช่วงเวลาหนึ่ง หมู่บ้านต้องคัดลอกธุรกรรมที่สะสมไว้ในช่วงนั้นลงสมุดอย่างเป็นทางการ แต่ใครเป็นคนคัดลอก เพื่อความยุติธรรม หมู่บ้านตั้งกติกา: ใครยอมออกแรงไขโจทย์เลขที่ยากมากได้ คนนั้นได้สิทธิ์เขียนหน้านั้น และยังได้รางวัลตอบแทนด้วย (บิตคอยน์ใหม่มาจากตรงนี้ ศัพท์เรียกว่า «การขุด» คำที่คุณเคยได้ยิน)
โจทย์นี้ยากแค่ไหน ยากจนต้องลองสุ่มลองแรงทีละความเป็นไปได้เท่านั้น แต่พอมีคนหาคำตอบเจอ คนอื่นตรวจถูกผิดได้เร็วมาก นี่จึงรับประกันว่าการโกงต้นทุนสูงลิบ แต่การจับโกงง่ายมาก ใครคัดลอกบัญชีปลอม ทั้งหมู่บ้านเทียบกับสำเนาของตัวเองก็รู้ทันที แล้วโยนหน้านั้นทิ้ง
ดังนั้นเห็นไหม การโอนบิตคอยน์ไม่ต้องมีธนาคาร ที่ต้องมีคือชุดกติกาที่ใครก็ขยับไม่ได้ และคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลที่จ้องสมุดอยู่ นี่คือเหตุที่บางคนบอกว่า «ไม่ต้องเชื่อใจใคร» สิ่งที่คุณเชื่อไม่ใช่สถาบัน แต่คือชุดกติกาทางคณิตศาสตร์นี้
มันเปลี่ยน «การเชื่อว่าบริษัทหนึ่งจะไม่ทำชั่ว» เป็น «การเชื่อในชุดกติกาที่ใครก็เลี่ยงไม่ได้» นี่คือความต่างที่ลึกที่สุดระหว่างบิตคอยน์กับบัญชีธนาคารของคุณ
ทำไมมีคนยอมจ่ายเงินซื้อ
เอาละ มันเป็นเงิน มีสมุดบัญชี โอนได้ แต่มันไม่ใช่ของจริงอย่างทองคำ และไม่มีประเทศไหนค้ำประกัน ทำไมมีคนเอาเงินจริงไปซื้อ แถมราคายังขึ้นไปสูงขนาดนั้น
ตรงนี้พูดตามจริง: นี่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน คนที่เชื่อกับคนที่ไม่เชื่อเถียงกันมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ทิ้งจุดยืนไว้ก่อน เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้องมีสองข้อ
ข้อแรก จำนวนของมัน «มีจำกัด»
บิตคอยน์เขียนกติกาตายตัวมาตั้งแต่ต้น: เพดานรวมคือ 21 ล้านหน่วย จะไม่มีวันมากกว่านี้ นี่คือความต่างใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งจากเงินที่เราใช้ทุกวัน เงินบาทหรือดอลลาร์ ในทางทฤษฎีพิมพ์เพิ่มได้เรื่อย ๆ พิมพ์มากเงินก็ค่าน้อยลง (คือเงินเฟ้อ เหตุหนึ่งที่ของในร้านแพงขึ้นเรื่อย ๆ) แต่บิตคอยน์พิมพ์เกินไม่ได้ ใครก็แก้เพดาน 21 ล้านนี้ไม่ได้
«ของหายาก แถมมีคนต้องการ» ราคาก็สูงขึ้นเองโดยธรรมชาติ เหมือนการ์ดสะสมรุ่นจำกัดที่ผู้ผลิตบอกว่าพิมพ์เท่านี้แน่ ๆ พอมีนักสะสมเยอะ ราคาก็ถูกดันขึ้น ตรรกะของบิตคอยน์คล้าย ๆ แบบนี้
ข้อสอง มันค้ำด้วย «การที่ทุกคนยอมรับ»
ข้อนี้สำคัญกว่า และเป็นนามธรรมกว่า: เงินเป็นเงิน สุดท้ายก็เพราะทุกคนยอมรับว่ามันเป็นเงิน ธนบัตรร้อยบาทในมือคุณ ตัวมันเองคือกระดาษ ที่มีค่าร้อยบาทเพราะทั้งสังคมยอมรับว่ามันแลกของมูลค่าร้อยบาทได้ บิตคอยน์ก็เหมือนกัน ยิ่งมีคนรับ ยิ่งมีคนยอมใช้มันซื้อขายและเก็บค่า มันก็ยิ่งมี «หน้าตาแบบเงิน» การ «ยอมรับร่วมกัน» แบบนี้ ศัพท์เรียกว่า ฉันทามติ
ใช้จ่ายได้ไหม คุ้มที่จะแตะไหม
มือใหม่หลายคนคิดว่าซื้อบิตคอยน์แล้วเอาไปรูดที่ร้านสะดวกซื้อได้ จริง ๆ ในชีวิตประจำวันคุณแทบใช้มันซื้อของไม่ได้ ในระดับโลก ร้านค้าที่รับชำระด้วยบิตคอยน์ก็เป็นส่วนน้อย ดังนั้นสำหรับคนทั่วไป การถือบิตคอยน์ตอนนี้เหมือน «ถือของที่ราคาขึ้นลง» มากกว่า «เงินทอนในกระเป๋าที่ใช้จ่ายได้ทุกเมื่อ»
แล้วคุ้มที่จะแตะไหม บทนี้จะไม่ตัดสินใจแทนคุณ แต่ให้กรอบที่ซื่อสัตย์:
- มองเป็นเงินฝาก เป็นกำไรชัวร์ ไม่ได้ มันไม่การันตีทุน เวลาร่วงทำเอาใจไม่ดี
- เอาทั้งหมดที่มี กู้เงิน หรือใช้มาร์จิ้นไปเสี่ยง อย่าเด็ดขาด นี่คือทางที่มือใหม่เจ๊งหนักบ่อยสุด
- ใช้เงินก้อนเล็กที่เสียทั้งหมดได้ ไม่กระทบชีวิต ไปลองและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง อันนี้พิจารณาอย่างรอบคอบได้ หลายคนเริ่มสร้างความเข้าใจแบบนี้
จำกฎเหล็กที่ร้อยทั้งเว็บไว้: ลงเฉพาะเงินที่ยอมเสียทั้งหมดได้ ประโยคนี้ไม่ใช่คำมารยาท มีคนจริง ๆ ที่ไม่ฟังจนเสียจนกระทบชีวิต
ลองดูเองก็ได้: ในกระดานเทรดเปิดดูบันทึกการโอนบิตคอยน์หนึ่งรายการ บนตัวสำรวจบล็อกสาธารณะจะเห็นรหัสธุรกรรม เวลา และจำนวน แต่ไม่เห็นว่าใครเป็นผู้รับ ซึ่งสะท้อนคุณสมบัติ «เปิดเผยแต่ไม่ระบุตัว»
เช่นกัน ลองซื้อบิตคอยน์จำนวนขั้นต่ำสุดมาดูสองสามวัน ก็จะรู้สึกได้ว่ามันขยับแค่ไหนในวันเดียว ความรู้สึกแบบนี้ตรงกว่าอ่านบทความร้อยบท เตือนสักนิด: ลองก็คือลอง เงินที่ลงต้องเป็นเงินที่เสียแล้วไม่เจ็บ
มือใหม่ควรตั้งความคาดหวังไว้ยังไง
ถ้าอ่านจบแล้วตัดสินใจจะศึกษาต่อ ขอให้ใส่ความคิดเหล่านี้ลงหัวก่อน:
1. ความผันผวนคือเรื่องปกติ ไม่ใช่อุบัติเหตุ
บิตคอยน์ขึ้นลงสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ในวันเดียวไม่ใช่ข่าว ถ้าซื้อแล้วเฝ้าจอทั้งวันจนนอนไม่หลับ แปลว่าลงเยอะไป ลดสัดส่วนให้อยู่ระดับที่ใจสงบได้
2. ไม่มีใครทำนายราคาได้แม่นยำ
ใครบอกคุณว่า «เดือนหน้าขึ้นถึงเท่านี้แน่» «ซื้อกับฉันกำไรชัวร์» แทบตัดสินได้เลยว่ามิจฉาชีพ กลโกงคริปโตมีมากจนเราเขียนไว้ทั้งบท ขอแนะนำให้อ่านก่อนจับเงิน
3. ความปลอดภัยสำคัญกว่ากำไรร้อยเท่า
เวลามือใหม่เสียเงิน เก้าในสิบไม่ใช่เพราะตลาด แต่เพราะโดนโกง โดนขโมย หรือเอาบัญชีไปให้คนที่ไม่ควรเชื่อ เรียนป้องกันตัวก่อน ค่อยพูดเรื่องได้กำไรไม่ได้กำไร
คำถามที่คุณอาจยังสงสัย
ใครเป็นคนคิดค้นบิตคอยน์
มันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2009 โดยคนนามแฝงว่า «ซาโตชิ นากาโมโตะ» (คนเดียวหรือทีม) สังเกตว่าเป็น «นามแฝง» จนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ตัวจริงของซาโตชิ กลับกลายเป็นคุณสมบัติหนึ่งของมัน คือไม่เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
ต้องซื้อทั้งเหรียญเลยไหม แพงมากซื้อไม่ไหว
ไม่ต้อง บิตคอยน์แบ่งซื้อเป็นเศษส่วนเล็ก ๆ ได้ ใช้เงินไม่กี่บาทก็ซื้อส่วนเล็กส่วนน้อยได้ ดังนั้น «แพงเกินซื้อไม่ไหว» เป็นความเข้าใจผิด
| คำถาม | เงินฝากธนาคารทั่วไป | บิตคอยน์ |
|---|---|---|
| ใครจดบัญชี | ธนาคาร / แพลตฟอร์ม | คอมพิวเตอร์จำนวนมากทั่วเครือข่าย |
| พิมพ์เพิ่มได้ไหม | ได้ (ทำให้ค่าลด) | เพดาน 21 ล้าน พิมพ์เพิ่มไม่ได้ |
| ราคานิ่งไหม | มูลค่าหน้าตั๋วคงที่ | ผันผวนรุนแรง |
| การันตีทุนไหม | โดยทั่วไปได้ (มีประกันเงินฝาก) | ไม่ได้ อาจร่วงหนัก |
| ใครอายัดบัญชีคุณได้ | ธนาคาร / หน่วยกำกับ | ไม่มีสถาบันเดียวอายัดตรง ๆ ได้ |
บิตคอยน์ = บล็อกเชน = คริปโต ใช่ไหม
ไม่เชิง อธิบายให้เข้าใจ: บล็อกเชนคือ «เทคโนโลยีของสมุดบัญชีนั้น» คริปโตคือชื่อรวมของ «เงินบนอินเทอร์เน็ตประเภทนี้» ส่วนบิตคอยน์เป็นแค่เหรียญแรกและดังที่สุดในประเภทนั้น เป็นความสัมพันธ์แบบรวมอยู่ในกัน อย่าใส่เครื่องหมายเท่ากับ นอกจากบิตคอยน์ยังมีคริปโตอีกหลายพันชนิด คุณภาพหลากหลาย มือใหม่ยิ่งต้องระวังเหรียญเล็กไม่มีใครรู้จักที่อ้างว่าทำให้รวย
มาถึงตรงนี้ คุณน่าจะอธิบายให้คนอื่นฟังด้วยคำของตัวเองได้แล้วว่า «บิตคอยน์คืออะไร» มันคือเงินอย่างหนึ่ง จดในสมุดบัญชีที่ทั้งหมู่บ้านยอมรับและใครก็แก้ไม่ได้ จำนวนจำกัด มูลค่าค้ำด้วยฉันทามติของทุกคน ราคาผันผวนมาก แค่นี้ก็พอให้คุณก้าวแรกของความเข้าใจได้แล้ว
เข้าใจแล้ว อยากเห็นกับตาว่าหน้าตามันเป็นยังไง?
วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าใจอะไรสักอย่างคือไปดูในสภาพแวดล้อมจริง ซื้อขายบิตคอยน์ต้องมีบัญชีกระดานเทรดก่อน ก้าวแรกของมือใหม่ควรเลือกเจ้าใหญ่ที่คนใช้เยอะและถูกกำกับ สมัครไม่เสียเงิน เปิดบัญชีแล้วเรียนไปดูไป ดีกว่าคิดเองในหัว
เว็บนี้ไม่ใช่เว็บทางการของ Binance ราคาสินทรัพย์คริปโตผันผวนสูง ลงเฉพาะเงินที่ยอมเสียได้
กระดานเทรดคืออะไร เลือกยังไง
ที่ที่ซื้อคริปโตคือกระดานเทรด ทำไมมือใหม่เลือกเจ้าใหญ่ไม่ใช่เจ้าเล็ก บอกในที่เดียว
8 กลโกงคริปโต
ต้องอ่านก่อนจับเงิน «กำไรชัวร์» «ส่งสัญญาณ» «แอดมินปลอม» หน้าตาเป็นยังไง จับได้ทันทียังไง
แผนที่เริ่มต้นสำหรับมือใหม่
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? บทนี้จัดเส้นทางเรียนรู้ให้ครบ ไม่ข้ามขั้น